วิเคราะห์บอล ความผิดพลาดของ VAR ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วิเคราะห์บอล ความผิดพลาดของ VAR ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ VAR ถูกนำเข้ามาใน พรีเมียร์ลีก ด้วยความหวังว่าจะช่วยลดความผิดพลาดของ ผู้ตัดสิน และทำให้การตัดสินใจในจังหวะสำคัญมีความแม่นยำมากขึ้น

แต่ตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมา ระบบดังกล่าวกลับมีจังหวะที่กลายเป็นประเด็นใหญ่ไม่แพ้การตัดสินในสนาม
บางครั้ง VAR ตรวจสอบแล้วแต่กลับ ไม่แทรกแซงในจังหวะที่ควรแก้ไข ขณะที่บางเหตุการณ์ VAR กลับเข้ามาเปลี่ยนคำตัดสินที่ถูกต้องให้กลายเป็นคำตัดสินที่ผิด
นอกจากนี้ วิเคราะห์บอล ยังมีกรณีที่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีโดยตรง แต่เกิดจากการสื่อสารและการตีความของมนุษย์ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง
ตลอดช่วงที่ผ่านมา พรีเมียร์ลีก มีการจัดทำ Key Match Incidents (KMI) Panel เพื่อประเมินเหตุการณ์สำคัญและตรวจสอบว่าผู้ตัดสินหรือ VAR ทำผิดพลาดหรือไม่
โดยข้อมูลของ ESPN ระบุว่า ฤดูกาล 2024/25 มีความผิดพลาดที่ถูกบันทึกโดย KMI Panel ทั้งหมด 18 ครั้ง ลดลงจาก 31 ครั้งในฤดูกาล 2023/24 และ 38 ครั้งในฤดูกาล 2022/23
อย่างไรก็ตาม จำนวนที่ลดลงไม่ได้หมายความว่าปัญหาของ VAR หมดไป เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวก็สามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันและสร้างความเสียหายอย่างมากได้
และล่าสุดใน ฤดูกาล พรีเมียร์ลีก 2026/27 ก็เพิ่งเกิดหนึ่งในจังหวะ VAR ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอีกครั้ง หลัง Pro Ref ยอมรับว่า VAR ตัดสินผิดพลาดในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้
ต่อไปนี้คือ 10 ความผิดพลาดของ VAR ใน พรีเมียร์ลีก ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางและสะท้อนปัญหาของระบบได้อย่างชัดเจน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : VAR ให้ประตู ฮาแลนด์ ทั้งที่มีจังหวะล้ำหน้า
พรีเมียร์ลีก 2026/27 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เหตุการณ์ล่าสุดสดๆ ร้อนๆ และอาจกลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาสำคัญของ VAR ใน พรีเมียร์ลีก
เกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ วันที่ 13 กันยายน 2026 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 จากประตูของ เออร์ลิง ฮาแลนด์
จังหวะดังกล่าวมีการยกธงล้ำหน้าขึ้นในสนาม ก่อน VAR เข้ามาตรวจสอบและกลับคำตัดสิน ให้ประตูของ ฮาแลนด์ ยืนอยู่
ปัญหาคือ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าและพยายามเล่นบอล แม้ไม่ได้สัมผัสบอล แต่ตำแหน่งและการเคลื่อนไหวของเขาถูกตั้งคำถามว่าอาจมีอิทธิพลต่อการเล่นของแนวรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะ ลิซานโดร มาร์ติเนซ
หลังเกม Pro Ref องค์กรที่ดูแลผู้ตัดสินระดับสูง ยอมรับว่า VAR ตัดสินผิดพลาด และควรแนะนำให้ผู้ตัดสินไปดูจอข้างสนามเพื่อตัดสินเรื่องการมีส่วนร่วมของ เฟร์นานเดซ ด้วยตัวเอง
จุดน่าสนใจคือ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากการลากเส้นล้ำหน้าผิด แต่เป็นปัญหาเรื่อง Subjective Offside หรือการตีความว่าผู้เล่นล้ำหน้ามีส่วนรบกวนคู่แข่งหรือไม่
ทำไมจังหวะนี้ถึงสำคัญ?
เพราะประตูดังกล่าวเป็น ประตูชัย ของเกม
หาก VAR แนะนำให้ผู้ตัดสินตรวจสอบและกลับมาไม่ให้ประตู ผลการแข่งขันอาจเปลี่ยนทันที
นี่จึงเป็นตัวอย่างล่าสุดว่า ต่อให้เทคโนโลยีสามารถบอกตำแหน่งของนักเตะได้อย่างแม่นยำ แต่สุดท้ายยังต้องพึ่งพามนุษย์ในการตีความกฎ
อาร์เซน่อล vs แอสตัน วิลล่า : ไม่ให้จุดโทษจากจังหวะ มัตเซ่น ทำฟาวล์ กิมาไรส์
พรีเมียร์ลีก 2026/27 | แอสตัน วิลล่า 0-1 อาร์เซน่อล

อีกหนึ่งเหตุการณ์จากฤดูกาลปัจจุบันที่ KMI Panel ยืนยันว่าเป็นความผิดพลาด
ในเกมที่ อาร์เซน่อล บุกชนะ วิลล่า 1-0 บรูโน่ กิมาไรส์ ถูก เอียน มัตเซ่น เข้าสกัดในกรอบเขตโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
ผู้ตัดสินไม่ให้จุดโทษ และ VAR ก็ไม่ได้แนะนำให้ตรวจสอบ
แต่ KMI Panel มีมติเป็นเอกฉันท์ 5-0 ว่า ควรเป็นจุดโทษ เพราะมีการสัมผัสขาของกิมาไรส์อย่างชัดเจน และมัตเซ่นไม่ได้สัมผัสบอล นอกจากนี้ยังมองว่ามัตเซ่นควรได้รับใบเหลืองที่สองด้วย
โชคดีสำหรับ อาร์เซน่อล ที่พวกเขายังรักษาสกอร์ 1-0 เอาไว้ได้ จึงไม่ได้เสียผลการแข่งขัน
แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาอีกด้านของ VAR นั่นคือ เมื่อจังหวะเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกม ผู้ตัดสินและ VAR ต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เพราะไม่มีเวลาให้ทีมกลับมาแก้ตัว
ลิเวอร์พูล vs ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ : ประตู หลุยส์ ดิอาซ ที่ VAR ลืมว่า “กรรมการไม่ให้ประตู”

นี่อาจเป็น ความผิดพลาดของ VAR ที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีกยุคใหม่ เกมระหว่าง Tottenham Hotspur กับ Liverpool เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2023 ลิเวอร์พูล ส่งบอลเข้าสู่ประตูจาก หลุยส์ ดิอาซ
ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้า แต่ภาพรีเพลย์แสดงให้เห็นว่า ดิอาซ ไม่ได้ล้ำหน้า
ปัญหาที่น่าตกใจกว่าคือ VAR ดาร์เรน อิงแลนด์ ตรวจสอบจังหวะแล้วพบว่า ดิอาซ อยู่ในตำแหน่งไม่ ล้ำหน้า แต่กลับเข้าใจผิดว่าผู้ตัดสินในสนามให้ประตูไปแล้ว จึงพูดว่า “check complete” และปล่อยให้เกมเดินหน้าต่อ
หลังจากนั้นทีมงาน VAR จึงรู้ว่าประตูถูกยกเลิกไปแล้ว แต่เกมกลับมาเริ่มใหม่เรียบร้อย ทำให้ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ภายใต้ขั้นตอนที่ใช้อยู่ในเวลานั้น
PGMOL ยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็น “significant human error” หรือความผิดพลาดของมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีการเปิดเผยเสียงสนทนาจากห้อง VAR ก็ยิ่งทำให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นกรณีศึกษาระดับโลก เพราะเห็นได้ชัดว่าทีมงานรู้ตัวว่าตัดสินผิด แต่เกมได้เริ่มใหม่ไปแล้ว
บทเรียนจากจังหวะดิอาซ
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจาก
- การสื่อสารผิดพลาด
- การเข้าใจคำตัดสินในสนามผิด
- ขั้นตอนการตรวจสอบที่เร็วเกินไป
- การไม่ยืนยันคำตัดสินก่อนปล่อยเกมเดินต่อ
หลังเหตุการณ์นี้ PGMOL จึงปรับกระบวนการสื่อสารระหว่างผู้ตัดสินกับ VAR เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์แบบเดียวกันเกิดขึ้นอีก
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs วูล์ฟแฮมป์ตัน : VAR ไม่ให้จุดโทษจากจังหวะ โอนาน่า ปะทะ คาลาจ์ดซิช
พรีเมียร์ลีก 2023/24 | แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน

นี่เป็นหนึ่งในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล 2023/24
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อ็องเดร โอนาน่า ผู้รักษาประตูแมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาตัดบอลและปะทะกับ ซาซ่า คาลาจ์ดซิช ของ วูล์ฟส์ ในกรอบเขตโทษ
วูล์ฟส์ เรียกร้องจุดโทษทันที แต่ผู้ตัดสิน ไซมอน ฮูเปอร์ ไม่ได้ให้ และ VAR ก็ไม่ได้แนะนำให้ไปดูจอ
หลังจบเกม แกรี โอนีล ผู้จัดการทีมวูล์ฟส์ ได้รับคำขอโทษจาก PGMOL โดยผู้บริหารฝ่ายผู้ตัดสินยอมรับว่าควรเป็นจุดโทษ และมองว่าเป็น clear and obvious error
เหตุการณ์นี้ยังนำไปสู่การที่ทีมผู้ตัดสินและ VAR ที่เกี่ยวข้องไม่ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ในเกม พรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์ถัดมา
ทำไมจังหวะนี้จึงสำคัญ?
เพราะนี่เป็นสถานการณ์ที่ VAR ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขโดยตรง
ผู้ตัดสินอาจมองจังหวะปะทะผิดจากมุมในสนาม แต่เมื่อมีภาพจากหลายมุม VAR ควรช่วยให้เห็นว่าผู้รักษาประตูเข้าปะทะผู้เล่นมากเกินไปหรือไม่
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ vs ฟูแล่ม : ประตู นาธาน อาเก้ ที่ควรถูกริบ
พรีเมียร์ลีก 2023/24 | แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5-1 ฟูแล่ม

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ Howard Webb ยอมรับด้วยตัวเองว่า VAR ทำผิดพลาด
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ประตูจาก นาธาน อาเก้ หลังลูกเตะมุม แต่ในจังหวะดังกล่าว มานูเอล อคานจี อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าและมีการเคลื่อนไหวใกล้กับผู้รักษาประตูฟูแล่มอย่าง แบร์นด์ เลโน่
VAR ตรวจสอบแล้วตัดสินให้ประตูยืนอยู่ แต่ภายหลัง Webb ยอมรับว่า ประตูควรถูกยกเลิก
เหตุผลคืออคานจีมีผลต่อการมองเห็นและการตัดสินใจของเลโน่ โดยผู้รักษาประตูมีจังหวะลังเลเพราะไม่แน่ใจว่าบอลจะโดนอคานจีหรือไม่
นี่เป็นตัวอย่างคลาสสิกของคำว่า “interfering with an opponent”
นักเตะไม่จำเป็นต้องสัมผัสบอลเพื่อมีผลต่อเกม หากตำแหน่งของเขาทำให้คู่แข่งเสียความสามารถในการเล่นบอล จังหวะนั้นสามารถกลายเป็นความผิดจากการล้ำหน้าได้
อาร์เซน่อล vs เบรนท์ฟอร์ด : อีวาน โทนี่ย์ ยิงตีเสมอจากจังหวะล้ำหน้า
พรีเมียร์ลีก 2022/23 | อาร์เซน่อล 1-1 เบรนท์ฟอร์ด

นี่คือหนึ่งในความผิดพลาดที่มีผลต่อ การ ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อย่างชัดเจน
อาร์เซน่อล กำลังนำเป็น จ่าฝูง และต้องการสามคะแนนเต็ม แต่ เบรนท์ฟอร์ด ตีเสมอจาก อีวาน โทนี่ย์ ปัญหาคือ คริสเตียน นอร์การ์ด อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าในจังหวะก่อนที่จะมีส่วนช่วยสร้างประตู
VAR ตรวจสอบจังหวะดังกล่าว แต่ไม่ได้ตรวจสอบตำแหน่งของนอร์การ์ดอย่างถูกต้อง ทำให้ประตูตีเสมอยืนอยู่
PGMOL ยอมรับภายหลังว่าเป็นความผิดพลาด และ อาร์เซน่อล ต้องเสียสองคะแนนจากเหตุการณ์นี้
ที่น่าสนใจคือ Lee Mason ซึ่งทำหน้าที่ VAR ในเกมดังกล่าวออกจาก PGMOL ในเวลาต่อมาโดยความยินยอมร่วมกัน หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
ผลกระทบต่อการลุ้นแชมป์
ในฤดูกาลนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังไล่ตาม อาร์เซน่อล อย่างหนัก
ดังนั้นการเสียสองคะแนนในเกมที่ควรชนะจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของหนึ่งนัด แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวในการ ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก
ไบรท์ตัน vs คริสตัล พาเลซ : VAR ลากเส้นล้ำหน้าผิดจุด
พรีเมียร์ลีก 2022/23 | คริสตัล พาเลซ 1-1 ไบรท์ตัน

นี่เป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนว่า เทคโนโลยีที่ดีไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์จะถูกต้อง หากมนุษย์ป้อนข้อมูลหรือเลือกจุดผิด
ไบรท์ตัน ทำประตูจาก Pervis Estupiñán แต่ VAR ตัดสินให้เป็น ลูกล้ำหน้า
ปัญหาคือเจ้าหน้าที่ VAR John Brooks ลากเส้นโดยอ้างอิงตำแหน่งของ กองหลัง พาเลซ ที่ไม่ใช่ผู้เล่นตัวสุดท้ายที่ควรใช้เป็นจุดอ้างอิง
ผลคือ เอสตูปินญาน ถูกมองว่าล้ำหน้า ทั้งที่จริงๆ แล้วมีผู้เล่นพาเลซอีกคนยืนลึกกว่าและทำให้เขาอยู่ในตำแหน่งไม่ล้ำหน้า
Brooks ถูกถอดจากหน้าที่ VAR ในเกมพรีเมียร์ลีก สองนัดถัดมา
สิ่งที่ผิดพลาด
ไม่ได้เป็นเรื่องว่า “เทคโนโลยีมองไม่เห็น” แต่เป็นเรื่องของ การเลือกผู้เล่นผิดคนเพื่อใช้เป็นจุดอ้างอิงในการลากเส้น
นี่จึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่า VAR ยังคงต้องอาศัยการทำงานของมนุษย์ในทุกขั้นตอน
ไบรท์ตัน vs ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ : ไม่ให้จุดโทษจากจังหวะ มิโตมะ
พรีเมียร์ลีก 2022/23 | ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 2-1 ไบรท์ตัน

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ PGMOL ยอมรับผิดกับ ไบรท์ตัน ในฤดูกาลเดียวกัน
คาโอรุ มิโตมะ ถูก Pierre-Emile Højbjerg ทำฟาวล์ ในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสิน Stuart Attwell ไม่ให้จุดโทษ
VAR อย่าง Michael Salisbury ตรวจสอบจังหวะแล้ว แต่ไม่ได้แนะนำให้ ผู้ตัดสิน ไปดูจอ ภายหลัง Howard Webb ติดต่อไปขอโทษ ไบรท์ตัน และยอมรับว่า ทีมผู้ตัดสิน ควรให้จุดโทษ
ความเสียหายของเหตุการณ์นี้เห็นได้ชัด เพราะ ไบรท์ตัน แพ้เกมดังกล่าว 1-2 หากได้จุดโทษ ผลการแข่งขันอาจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ลิเวอร์พูล vs อาร์เซน่อล : VAR ไม่ให้จุดโทษจากจังหวะ แฮนด์บอล ของ โอเดการ์ด
พรีเมียร์ลีก 2023/24 | ลิเวอร์พูล 1-1 อาร์เซน่อล

เกมนี้กลายเป็นหนึ่งในแมตช์สำคัญของการ ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะทั้งสองทีมกำลังแข่งขันกันบนหัวตาราง
จังหวะสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ มาร์ติน โอเดการ์ด ล้มลงในกรอบเขตโทษ อาร์เซน่อล และมีลักษณะเหมือนแขนสัมผัสบอล ลิเวอร์พูล เรียกร้องจุดโทษ แต่ทั้งผู้ตัดสิน Chris Kavanagh และ VAR David Coote ไม่ให้จุดโทษ
ภายหลัง Howard Webb ยอมรับว่า ควรมีการให้จุดโทษแก่ ลิเวอร์พูล และระบุว่าผู้ตัดสินกับ VAR ตัดสินผิดพลาด
ประเด็นสำคัญคือ จังหวะนี้เกิดขึ้นในเกมที่ทั้งสองทีมกำลังแย่งแชมป์กันโดยตรง
ดังนั้น แม้สุดท้ายเกมจบด้วยผลเสมอ 1-1 แต่หาก ลิเวอร์พูล ได้จุดโทษและยิงเข้า เรื่องราวของการแข่งขัน ลุ้นแชมป์ อาจเปลี่ยนไปอีกแบบ
เวสต์แฮม vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : จุดโทษช่วงทดเจ็บที่ไม่ควรเกิดขึ้น
พรีเมียร์ลีก 2024/25 | เวสต์แฮม 2-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นี่เป็นหนึ่งในกรณีที่ชัดเจนมากว่า VAR ไม่ได้แค่ “พลาดไม่เห็น” แต่พลาดจากการเข้ามาเปลี่ยนคำตัดสิน
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ Matthijs de Ligt ปะทะกับ Danny Ings ในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อ
จนกระทั่ง VAR แนะนำให้ ผู้ตัดสิน ไปตรวจสอบ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนคำตัดสินเป็น จุดโทษให้ เวสต์แฮม และ Jarrod Bowen ยิงจุดโทษเข้าไปและเวสต์แฮมชนะ 2-1
อย่างไรก็ตาม KMI Panel ลงความเห็นว่า การแทรกแซงของ VAR เป็นความผิดพลาด และ ผู้ตัดสิน ควรยึดคำตัดสินเดิมที่ไม่ให้จุดโทษ
ความเสียหายยิ่งชัดเจนขึ้นเพราะเกมดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนัก และ เอริก เทน ฮาก ถูกปลดในเช้าวันถัดมา
แน่นอนว่าไม่สามารถบอกได้ว่าการตัดสินจังหวะเดียวเป็นเหตุผลเดียวที่นำไปสู่การปลด ผู้จัดการทีม แต่เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของช่วงเวลาสุดท้ายของ เทน ฮาก กับ ยูไนเต็ด
VAR ผิดพลาดเพราะอะไร?
เมื่อมองจากทั้ง 10 เหตุการณ์ จะเห็นว่าความผิดพลาดไม่ได้มีสาเหตุเดียว แต่สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท
-
ตรวจสอบไม่ละเอียดพอ
กรณี หลุยส์ ดิอาซ คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดที่สุด VAR เห็นภาพแล้ว แต่กลับเข้าใจสถานการณ์ในสนามผิด ทำให้กระบวนการตรวจสอบจบลงเร็วเกินไป
-
การลากเส้นล้ำหน้าผิด
กรณี เอสตูปินญาน กับ คริสตัล พาเลซ แสดงให้เห็นว่าความแม่นยำของเทคโนโลยีจะไม่มีความหมาย หากเลือกจุดอ้างอิงผิด
-
การตีความเรื่อง “มีอิทธิพลต่อคู่แข่ง”
กรณี อคานจี กับ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ เป็นตัวอย่างของปัญหานี้ ทั้งสองเหตุการณ์ไม่ได้เกี่ยวกับการสัมผัสบอลโดยตรง
แต่เกี่ยวกับคำถามว่า นักเตะ ที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้ามีผลต่อผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามหรือไม่
นี่เป็นหนึ่งในส่วนที่ยากที่สุดของ VAR เพราะยังต้องใช้ดุลยพินิจ
-
VAR ไม่กล้าแทรกแซง
กรณี โอนาน่า และ มิโตมะ แสดงให้เห็นปัญหาตรงกันข้าม ภาพรีเพลย์อาจทำให้เกิดคำถามว่าควรให้จุดโทษหรือไม่ แต่ VAR เลือกไม่ส่งผู้ตัดสินไปตรวจสอบ ผลคือคำตัดสินที่เกิดขึ้นในสนามยังคงอยู่
-
VAR เข้าไปแทรกแซงมากเกินไป
กรณี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs เวสต์แฮม เป็นตัวอย่างของอีกขั้วหนึ่ง ผู้ตัดสิน อยู่ในตำแหน่งที่ดีและเลือกไม่ให้จุดโทษ แต่ VAR เข้าไปแนะนำให้เปลี่ยนคำตัดสิน ซึ่ง KMI Panel ภายหลังเห็นว่าการแทรกแซงนั้นไม่ถูกต้อง
VAR ช่วยลดความผิดพลาดได้จริงหรือไม่?

คำตอบคือ ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะกำจัดความผิดพลาดทั้งหมด
ข้อมูลของ ESPN จาก KMI Panel แสดงให้เห็นว่าความผิดพลาดที่ถูกจัดอยู่ในหมวด VAR ลดลงจาก 38 ครั้งในฤดูกาล 2022/23 เหลือ 31 ครั้งใน 2023/24 และ 18 ครั้งใน 2024/25
นั่นหมายความว่าระบบโดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ปัญหาคือ จำนวนไม่ใช่ทุกอย่าง
เพราะความผิดพลาด 18 ครั้งอาจฟังดูน้อยเมื่อเทียบกับ การแข่งขัน พรีเมียร์ลีก หลายร้อยนัด แต่หากหนึ่งในนั้นเกิดขึ้นใน เกมลุ้นแชมป์ เกมหนีตกชั้น หรือเกมสำคัญช่วงท้ายฤดูกาล ผลกระทบสามารถมหาศาล

