ดาวรุ่ง สู่ ดาวร่วง 10 แข้ง Wonderkids ตลอดกาล ของ พรีเมียร์ลีก
ดาวรุ่ง บางคนสามารถแจ้งเกิดตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อนพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก แต่ก็มีอีกหลายรายที่เคยถูกจับตามองอย่างมาก
ทว่าท้ายที่สุดกลับไม่สามารถก้าวผ่านสถานะคำว่า “Wonderkids” ไปสู่การเป็นกำลังหลักระดับท็อปของวงการได้
เหตุผลของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป บางรายต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บ บางคนไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ ขณะที่บางคนเจอกับสถานการณ์ภายในสโมสร การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม หรือจังหวะชีวิตค้าแข้งที่ไม่เป็นใจ
บทความนี้จึงขอพาย้อนดู 10 นักเตะ Wonderkids พรีเมียร์ลีก ที่ถูกคาดหวังเอาไว้สูง แต่เส้นทางอาชีพกลับไม่ได้ไปถึงระดับที่หลายคนเคยจินตนาการ
แจ็ค วิลเชียร์ (Jack Wilshere) อาร์เซน่อล

ชื่อของ แจ็ค วิลเชียร์ ถูกพูดถึงอย่างมากในฐานะหนึ่งใน กองกลางพรสวรรค์สูง ของ อังกฤษ ในยุคหนึ่ง
วิลเชียร์ แจ้งเกิดกับ อาร์เซน่อล ตั้งแต่อายุยังน้อย และเกมที่สร้างความประทับใจให้ แฟนบอล ทั่วโลกคือการเผชิญหน้ากับ บาร์เซโลน่า ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2011
ซึ่งเจ้าตัวแสดงให้เห็นถึงความกล้าในการครองบอลและเล่นภายใต้แรงกดดันระดับสูง ปัญหาสำคัญกลับกลายเป็นเรื่อง อาการบาดเจ็บ ที่ตามรบกวนอย่างต่อเนื่อง ทั้งบริเวณข้อเท้า เข่า เท้า และกล้ามเนื้อ
จนทำให้ช่วงเวลาสำคัญของพัฒนาการต้องสะดุดลงหลายครั้ง โดยมีช่วงที่ต้องพักยาวเป็นจำนวนมาก สุดท้าย วิลเชียร์ ไม่สามารถรักษาความต่อเนื่องของการลงสนามได้ และตัดสินใจ แขวนสตั๊ด ในปี 2022 ด้วยวัยเพียง 30 ปี
ธีโอ วัลคอตต์ (Theo Walcott) อาร์เซน่อล

ธีโอ วัลคอตต์ คือหนึ่งใน Wonderkids ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของ อังกฤษ ในช่วงกลางยุค 2000
อาร์เซน่อล คว้าตัวเขามาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน และที่น่าจับตามองคือ วัลคอตต์ ถูกเรียกติด ทีมชาติอังกฤษ ไป ฟุตบอลโลก 2006 ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่ได้ลงเล่น พรีเมียร์ลีก เลย
จุดเด่นของเขาคือ ความเร็วระดับสูง รวมถึงการวิ่งโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับ แต่เมื่อเวลาผ่านไป แม้จะมีช่วงที่ทำผลงานได้ดีและ ยิงประตู เป็นกอบเป็นกำ แต่เขาไม่สามารถรักษามาตรฐานการเล่นในระดับสูงได้อย่างสม่ำเสมอ
อาการบาดเจ็บก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะปัญหาเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าที่ทำให้เขาต้องพักยาวในช่วงสำคัญของอาชีพ
วัลคอตต์ ยังมีเส้นทางค้าแข้งที่ยาวนานกับหลาย สโมสร แต่เมื่อย้อนกลับไปยังวันที่เขาถูกมองว่าจะกลายเป็น ซูเปอร์สตาร์ ของ อังกฤษ ความคาดหวังในวันนั้นสูงกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในท้ายที่สุด
ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส (Francis Jeffers) เอฟเวอร์ตัน และ อาร์เซน่อล

ฟรานซิส เจฟเฟอร์ส เคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน กองหน้าอายุน้อย ที่น่าสนใจของ อังกฤษ
เจ้าตัวสร้างชื่อกับ เอฟเวอร์ตัน จนได้รับความสนใจจาก อาร์เซน่อล และถูกดึงเข้าสู่ถิ่น ไฮบิวรี่ ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 8 ล้านปอนด์ พร้อมเงื่อนไขเพิ่มเติมอีก 2 ล้านปอนด์
เจฟเฟอร์ส มีสัญชาตญาณในการเล่นบริเวณกรอบเขตโทษจนได้รับฉายา “Fox in the Box” แต่การย้ายไป อาร์เซน่อล กลับไม่เป็นไปตามความคาดหวัง
การแข่งขันภายในทีมกับ กองหน้า ระดับสูงอย่าง เธียร์รี่ อองรี และ ซิลแว็ง วิลตอร์ด รวมถึงปัญหาอาการบาดเจ็บ ทำให้โอกาสลงสนามมีจำกัด
เขาเคยมีส่วนร่วมกับเส้นทาง แชมป์พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ ของ อาร์เซน่อล แต่ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงและสร้างชื่อในระดับที่หลายคนคาดเอาไว้
เจอร์เมน เพนแนนท์ (Jermaine Pennant) อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล

เจอร์เมน เพนแนนท์ เป็นอีกหนึ่ง นักเตะ ที่มีพรสวรรค์ด้านฟุตบอลอย่างโดดเด่นตั้งแต่วัยเยาว์
เขาแจ้งเกิดกับ อาร์เซน่อล และถูกมองว่าเป็นปีกที่มีความสามารถในการเล่นริมเส้น รวมถึงมีความเร็วและทักษะการเลี้ยงบอลที่น่าสนใจ
เส้นทางของ เพนแนนท์ เต็มไปด้วยช่วงเวลาที่น่าจดจำ ทั้งการเล่นให้สโมสรใหญ่และการมีส่วนร่วมกับทีมระดับสูง แต่เขาไม่สามารถสร้างความสม่ำเสมอจนยึดตำแหน่งตัวจริงระยะยาวได้
เมื่อรวมกับปัจจัยนอกสนามและการเปลี่ยนแปลง สโมสร หลายครั้ง ทำให้ศักยภาพที่เคยถูกคาดหวังในช่วงวัยรุ่นไม่ได้ถูกต่อยอดจนถึงระดับซูเปอร์สตาร์
ฟเดริโก มาเคดา (Federico Macheda) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

หากพูดถึงเยาวชนที่แจ้งเกิดแบบเหนือความคาดหมาย ชื่อของ เฟเดริโก มาเคดา ต้องติดอ
ยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน
เกมพรีเมียร์ลีก ที่พบกับ แอสตัน วิลล่า เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2009 กลายเป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนชีวิตของเขา
มาเคดา ในวัยเพียง 17 ปี ลงสนามเป็น ตัวสำรอง ก่อนซัดประตูชัยในช่วง ทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลิกกลับมาชนะ 3-2 และรักษาความหวังในการ ลุ้นแชมป์ เอาไว้
หลังจากนั้นความคาดหวังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การเบียดแย่งตำแหน่งในทีมที่เต็มไปด้วย กองหน้าระดับท็อป ไม่ใช่เรื่องง่าย
มาเคดา ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ ก่อนถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวหลาย สโมสร และย้ายออกจากทีมในเวลาต่อมา
ประตูในเกมกับ วิลล่า จึงกลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่โดดเด่นที่สุดในอาชีพของเขา มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวขึ้นมาเป็น ซูเปอร์สตาร์
จอช แม็คอีแครน (Josh McEachran) เชลซี

จอช แม็คอีแครน เคยถูกมองว่าเป็นอนาคตของแดนกลาง เชลซี และ ทีมชาติอังกฤษ
กองกลาง รายนี้สร้างชื่อจากระบบ เยาวชน ของ เชลซี และได้รับโอกาสลงเล่นให้ ทีมชุดใหญ่ ตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อนคว้า รางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม ของ สโมสร
อย่างไรก็ตาม เส้นทางการขึ้นสู่ ทีมชุดใหญ่ กลับไม่ต่อเนื่อง แม็คอีแครน ต้องออกไปเล่นแบบยืมตัวหลายสโมสรเพื่อหาโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่การเปลี่ยนแปลงตัว กุนซือ ก็ทำให้สถานการณ์ของเขาไม่แน่นอน
โดย โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ เคยยอมรับในช่วงปี 2012 ว่าเส้นทางของ นักเตะ รายนี้หยุดชะงักและจำเป็นต้องกลับมาลงเล่นอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาตัวเอง
จากนักเตะที่เคยถูกมองว่าจะเป็น กองกลางอนาคตไกล ของ อังกฤษ สุดท้ายอาชีพของ แม็คอีแครน กลับเดินไปในเส้นทางที่แตกต่างออกไป
แดน กอสลิ่ง (Dan Gosling) เอฟเวอร์ตัน และ นิวคาสเซิ่ล

อีกหนึ่งดาวเด่นที่มีช่วงเวลาสร้างชื่ออย่างรวดเร็วคือ แดน กอสลิ่ง เขาย้ายจาก พลีมัธ มาอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน และสร้างความทรงจำให้ แฟนบอล อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเกม เอฟเอ คัพ กับ ลิเวอร์พูล ในปี 2009
กอสลิ่ง ลงมาเป็น ตัวสำรอง ก่อน ยิงประตูชัย ในนาทีที่ 118 ช่วยให้ เอฟเวอร์ตัน เอาชนะคู่ปรับร่วมเมือง 1-0 และประตูดังกล่าวยังได้รับการโหวตให้เป็น ประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล ของ สโมสร อีกด้วย
แต่เพียงปีถัดมา เส้นทางของเขาต้องเจออุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่าจนต้องพักประมาณ 9 เดือน
หลังจากนั้น กอสลิ่ง ยังมีอาชีพ ค้าแข้ง ใน พรีเมียร์ลีก กับ นิวคาสเซิ่ล แต่ไม่สามารถก้าวขึ้นไปสู่ระดับที่เคยถูกคาดหวังไว้ในช่วงแจ้งเกิด
กาเบรียล โอแบร์ตอง (Gabriel Obertan) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

กาเบรียล โอแบร์ตอง เป็น นักเตะอายุน้อย ชาวฝรั่งเศสที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดึงมาจาก บอร์กโดซ์ ในปี 2009
จุดขายของเขาคือความเร็วและความสามารถในการพาบอลขึ้นไปข้างหน้า ซึ่งทำให้หลายคนมองว่าเขาอาจกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญในเกมริมเส้นของทีม
แต่การเริ่มต้นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ง่ายนัก เขาต้องเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บตั้งแต่ช่วงแรก และแม้จะได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างต่อเนื่อง
ฤดูกาลแรกของเขากับ แมนฯ ยูไนเต็ด จบลงด้วยการลงเล่น 13 นัดในทุกรายการ ก่อนย้ายออกจากทีมในเวลาต่อมา
โอแบร์ตอง จึงเป็นอีกกรณีศึกษาของ นักเตะ ที่มีคุณสมบัติด้านร่างกายโดดเด่น แต่ไม่สามารถพัฒนาส่วนอื่นจนกลายเป็นตัวหลักในระดับ สโมสร ใหญ่ได้
อันเดรียส เปเรยร่า (Andreas Pereira) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อันเดรียส เปเรยร่า เติบโตขึ้นมาจากระบบ เยาวชน ของ แมนฯ ยูไนเต็ด และได้รับความสนใจจาก แฟนบอล ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น
เขาเข้าสู่ระบบ เยาวชน ของ ยูไนเต็ด ตอนอายุ 16 ปี ก่อนประเดิม ทีมชุดใหญ่ ในปี 2014 และได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกใน ฤดูกาล เดียวกัน
ปัญหาคือการก้าวขึ้นมาเป็น ตัวจริง ถาวรใน แดนกลาง ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เคยเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ
เปเรยร่า ต้องออกไปเล่นแบบ ยืมตัว ทั้งใน สเปน , อิตาลี และ บราซิล ก่อนย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างถาวรในปี 2022
อย่างไรก็ตาม เส้นทางของเขาไม่ได้จบลงด้วยการหายไปจาก ฟุตบอลระดับสูง เพราะหลังย้ายมา ฟูแล่ม เขาสามารถกลายเป็นผู้เล่นสำคัญของทีมและสร้างผลงานใน พรีเมียร์ลีก ได้ต่อเนื่องมากขึ้น
ดังนั้นกรณีของ เปเรยร่า จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นนักเตะที่ ไม่สามารถกลายเป็น ซูเปอร์สตาร์ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตามความคาดหวังเดิม มากกว่าจะเป็นเรื่องของการไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพ
ไมกาห์ ริชาร์ดส์ (Micah Richards) แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ไมกาห์ ริชาร์ดส์ แจ้งเกิดกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตั้งแต่อายุยังน้อย และกลายเป็นหนึ่งใน กองหลังดาวเด่น ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของ อังกฤษ
เขาประเดิม ทีมชุดใหญ่ กับ ซิตี้ ใน พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ปี 2005 และถูกเรียกติด ทีมชาติอังกฤษ ในปี 2006 ด้วยวัยเพียง 18 ปี ก่อนสร้างสถิติเป็น กองหลัง อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้ ทีมชาติอังกฤษ ในเวลานั้น
ด้วยความเร็ว พละกำลัง และรูปร่างที่แข็งแกร่ง ริชาร์ดส์ ถูกมองว่าอาจก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน แบ็กขวา ระดับแนวหน้าของยุโรป
แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บ โดยเฉพาะบริเวณหัวเข่า ส่งผลกระทบต่อเส้นทางอาชีพอย่างมาก เจ้าตัวต้องเผชิญกับปัญหาความฟิตอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะลงเล่นเกมสุดท้ายในปี 2016 และประกาศ แขวนสตั๊ด ในปี 2019 ด้วยวัยเพียง 31 ปี
ถึงอย่างนั้น ริชาร์ดส์ ก็ยังมีช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาล 2011/12

